Welcome toWat Chai
 

 Continue  Last  Time

 มาตฐานชีวิตของชาวพุทธ

หมวดที่ หนึ่ง

พื้นฐานชีวิต

   จัดระเบียบชีวิตและระบบความสัมพันธุ์ ในสังคมให้เป็นพื้นฐานที่มั่นคงด้วย วินัยของคฤหัสถ์ดังนี้.

กฎที่ ๑ เว้นการทำชั่ว ๑๔ ประการ คือ

  ก. เว้นกรรมกิเลส (กรรมที่ทำให้มัวหมอง) มี  ๔ ประการ คือ

  ๑. ปาณาติบาต ทำร้ายร่างกาย ทำร้ายชีวิต

  ๒. อทินนาทาน ลักทรัพย์ ละเมิดกรรมสิทธื์ในสิ่งของผู้อื่น

  ๓. กาเมสุมิจฉาจาร ประพฤติผิดในทางเพศ

  ๔. มุสาวาท พูดเท็จโกหกหลอกหลวง

  ข. เว้นอคติ (ความลำเอียงประพฤติคลาดธรรม) มี ๔ ประการ คือ

  ๑. ฉันทาคติ ลำเอียงเพราะชอบ

  ๒. โทสาคติ ลำเอียงเพราะชัง

  ๓. ภยาคติ  ลำดเอียงเพราะขลาด

  ๔. โมหาคติ ลำเอียงเพราะเขลา

   ค. เว้นอบายมุข (ช่องทางเสื่อมทรัพย์อับชีวิต) มี ๖ ประการ คือ

  ๑. ติดสุรา    ๒. เอาแต่เที่ยวหลางคืน   ๓. จ้องจะดูการเล่น

  ๔. ไม่เว้นการพนัน  ๕. มั่วสุมมิตรชั่ว

  ๖. มัวแต่เกียจคร้าน

กฎที่ ๒ เตรียมทุนชีวิต ๒ ด้าน

  ก. เลือกสรรเสวนาคน  เพื่อนำชีวิตไปในทางแห่งความรุ่งเรืองและสร้างสรรค์ โดยหลีกเว้นมิตร

เทียม คบหาแต่มิตรแท้ คือ.

  ก. รู้ทันมิตรเทียม หรือ ศัตรูผู้มาในร่างมิตร ( มิตรปฎิรูปก็) มี  ๔ ประการ คือ

  ๑. คิดเอาิแต่ได้ฝ่ายเดียว   ๒. ยอมเสียแต่น้อย โดยหวังจะเอาให้มาก

  ๓. เมื่อตัวมีภัย จึงมาช่วยทำกิจของเพื่อน

  ๔. คบเพื่อน เพราะเห็นแก่ผลประโยชน์

  ๒. คนดีแต่พูด มีลักษณะ  ๔ ประการคือ

  ๑. ดีแต่ยกของที่ล่วงมาแล้วมาปราศรัย

  ๒. ดีแต่อ้างเอาของที่ยังไม่มีมาปราศรัย

  ๓. สงเคราะห์ด้วยสิ่งที่หาประโยชน์มิได้

  ๔. เมื่อเพื่อนมีกิจ อ้างแต่เหตุขัดข้อง

  ๓. คนหัวประจบ มีลักษณะ ๔ ประการ คือ

 ๑. จะทำชั่วก็ค่อยตาม  ๒. จะทำดีก็ค่อยตาม  ๓. ต่อหน้าสรรเสริญ  ๔. ลับหลังตั้งนินทา.

๔. คนชักชวนมรทางฉิบหาย มีลักษณะ ๔ ประการ คือ

  ๑. คอยเป็นเำพื่อนดื่มน้ำเมา

 ๒. คอยเป็นเพื่อนเที่ยวกลางคืืน

 ๓. คอบเป็นเพื่อนเที่ยวดูการเล่น

 ๔. คอยเป็นเพื่อนไปเล่นการพนัน
ข. รู้ถึงมิตรแท้ หรือ มิตรด้วยใจจริง  (สุหทมิตร) มี

๔ ประเภท คือ

 ๑. มิตรมีอุปการะ มีลักษณะ ๔ ประการ คือ

๑. ) เพื่อนประมาท ช่วยรักษาเพื่อน

๒) เพื่อนประมาท ช่วยรักษาทรัพย์สินของเพื่อน

๓) เมื่อมีภัยเอาเป็นที่พึ่งพำนักได้

 ๔) เมื่อมีกิจจำเป็น ช่วยออกทรัพย์ให้เกินกว่าที่ออกปาก

๒. มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ มีลักษณะ  ๔ ประการ คือ

 ๑) บอกความลับแก่้เพื่อน

 ๒) รักษาความลับของเพื่อน

 ๓) เมื่อมีภัยอันตรายไม่ละทิ้ง

 ๔) แม้ชีวิตก็อาจสละแทนได้

๓.  มิตรแนะนำประโยชน์ มีลักษณะ ๔ ประการ คือ

 ๑) จะทำชั่วเสียหาย คอยห้ามปรามไว้

 ๒) แนะนำสนับสนุนให้ตั้งอยู่ในความดี

 ๓) ให้้ได้ฟังได้รู้ในสิ่งที่ยังไม่เคยได้รู้ได้ฟัง

 ๔) บอกทางสุขทางสวรรค์ให้

๔.  มิตรมีใจรัก มีลักษณะ ๔ ประการ คือ

 ๑) เมื่อเพื่อมีืทุกข์ พลอยไมาสบายใจ (ทุกข์สุขด้วย)

 ๒) เมื่อเพื่อมีสุข พลอยแช่มชื่นยินดีด้วย ( สุข สุขด้วย)

 ๓) เมื่อมีผู้ติเตือนเพื่อน ช่วยยับยั้งแก้ให้

 ๔) เมื่อมีผู้สรรเสริญเพื่อน ก็ช่วยส่งเสริมสนับสนุน.

ข. จัดสรรทุนทรัพย์ คือ ขยันหมั่นหาขยันทำหมั่นเจ็บออมโดยธรรม ให้ทรัพย์สมบัติเพิ่มพูน ดุจผึ้ง

สร้างรังหรือตัวปลวกก่อจอมปลวก และวางแผนการใช้จ่าย ดังนี้ คือ

   ส่วนหนึ่งเลี้ยงตัว ครอบครัว คนเกี่ยวข้อง และทำความดี

   สองส่วน ลงทุนทำกิจการ

   อีกหนึ่งส่วน เก็๋บไว้ใช้ในคราวจำเป็น.

กฎที่ ๓ รักษาความสัมพันธุ์ มี ๖ ทิศ คือ

 ก. ไหว้ทิศรอบตัว โดยปฎิบัติหน้าที่ต่อบุคคลที่สัมพันธุ์กับตนให้ถูกต้อง ตามฐานะทั้ง ๖ คือ

  ทิศที่ ๑ ในฐานะที่เป็นบุตรธิดา พึงเคารพบิดามารดา ผู้เปรียบเสมือน ทิศเบื้องหน้า ดังนี้.

 ๑. ท่านเลี้ยงมาแล้ว เลี้ยงท่านตอบ

 ๒. ช่วยทำกิจธุระการงานของท่าน    ๓. ดำรงวงศ์สกุล

 ๔.  ประพฤติตนให้เหมาะสมกับความเป็นทายาท

 ๕. เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ทำบุญอุทิศให้ท่าน 

มารรดาบิดาอนุเคราะห์บุตรธิดา ตามหลักปฎิบัติ ดังนี้.

๑. ห้ามปรามป้องกันจากความชั่ว

๒. ดุแลฝึกอบรมให้ตั้งอยู่ในความดี

๓. ให้ศึกษาศิลปวิทยา

๔. เป็นธุระในเรื่องจะมีครู่ครองที่ดี

  ๕. มอบทรัพย์สมบัติให้ในเมื่อถึงโอกาส.

ทิศที่ ๒ ในฐานะที่เป็นศิษย์ พึงแสดงความเคารพนับถืออาจารย์ ผุ้เปรียบเสมือน ทิศเบื้องขวา ดังนี้.

  ๑. ลุดขึ้นต้อนรับ แสดงความเคารพ

  ๒. เข้าไปหา เพื่อบำรุง รับใช้ ปรึกษา ซักถาม รับคำแนะนำ เป็นต้น.

  ๓. ฟังด้วยดี ฟังเป็น และรู้จักฟังให้เิกิดปัญญา.

  ๔. ปรนนิบัติ ช่วยบริการ

  ๕. เรียนศิลปะวิทยาโดยเคารพ เอาจริงเอาจังถือเป็นกิจสำคัญ.

อาจารย์อนุเคาระห์ศิษย์  ตามหลักปฎิบัติดังนี้.

  ๑. แนะนำฝึกอบรมให้เป็นคนดี.

  ๒. สอนให้เข้าใจแจ่มแจ้ง  ๓. สอนศิลปวิทยาให้สิ้นเชิง

  ๔. ส่งเสริมยกย่องความดีงามความสามารถให้ปรากฎ

  ๕. สร้างเครื่องคุ้มกันภัยในสารทิศ คือ สอนฝึกศิษย์ให้ใช้วิชาเลี้ยงชีำพได้จริง และรู้จักดำรงตน

ด้วยดี ที่จะเป็นประกันให้ดำเนินชีวิตดีงามโดยสวัสดี มีความสุข ความเจริญ ดังนี้.

ทิศที่ ๓ ในฐานะที่เป็นสามี พึงให้เกียรติบำรุงภรรยา ผู็เปรียบเสมือน ทิศเบื้องหลัง ดังนี้.

 ๑. ยกย่องให้เกียรติสมฐานะที่เป็นภรรยา

 ๒. ไม่ดูหมิ่น    ๓. ไม่นอกใจ  ๔. มอบความเป็นใหญ่ในบ้านให้อย่างสบาย

 ๕. หาเครื่องแต่งตัวมาให้เป็นของขวัญตามโอกาสอันสมควร.

ภรรยาอนุเคราะห์สามี  ตามหลักปฎิบัติ ดังนี้.

 ๑. จัดการงานในบ้านให้เรียบร้อย

๒. สมเคราะห์ญาติมิตรทั้งสองฝ่ายให้เรียบร้อย.

 ๓. ไม่นอกใจ  ๔. รักษาทรัพย์สมบัติที่สามีหามาได้ไม่ให้เป็นอันตราย.

 ๕. ขยันช่างจัดช่างทำ เอาการงานทุกอย่าง.

ทิศที่ ๔ ในฐานะที่เป็นมิตรสหาย พึงปฎิบัติต่อมิตรสหาย ผู้เปรียบเสมือน ทิศเบื้องซ้าย ดังนี้.

 ๑. เผื่อแบ่งปัน  ๒. พูดจามีน้ำใจ  ๓. ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

 ๔. มีตนเสมอ ร่วมสุขร่วมทุกข์ด้วย 
 ๕. ซื่อสัตย์จริงใจ

 

เชิญต่อในข้างหน้า
 
 
 

Click Next Click  Main

( ๕ พ.ค.  ๒๕๕( May,5,  2008 )