Welcome to Watchai
 

Continue  Last  Page

มิตรสหายอนุเคราะห์ตอบ  ตามหลักปฎิบัติ ดังนี้.

 ๑. เมื่อเพื่อนประมาท ช่วยรักษาป้องกัน

 ๒. เมื่อเำำืำพื่อนประมาท ช่วยรักษาทรัำพย์สมบัติของเพื่อน

 ๓. ในคราวมีภัย เอาเป็นที่พึ่งพำนักได้

 ๔. ไม่ละทิ้งในยามทุกข์ยาก

 ๕. นับถือตลอดถึงวงศ์ญาติของมิตร

ทิศที่ ๕ ในฐานะที่เป็นนายจ้าง พึงบำรุงคนรับใช้และคนงาน ผู้เปรียบเสมือน ทิศเบื้องล่าง ดังนี้.

 ๑. จัดการงานให้ทำตามความเหมาะสมกับกำลัง  เพศ วัย ความสามารถ.

  ๒. ให้ค่าจ้างรางวัลสมควรแก่งานและความเป็นอยู่.

  ๓. จัดสวัสดิการดี มีช่วยรักษาพยาบาลในยามเจ็บไข้ได้ป่วย เป็นต้น

  ๔. มีอะไรได้พิเศษมา ก็แบ่งปันให้คนงานตามสมควร

  ๕. ให้มีวันหยุด และพักผ่อนหย่อนใจ ตามโอกาสอันสมควร.

คนรับใช้และคนงาน แสดงน้ำใจต่อนาย ดังนี้.

  ๑. เริ่มทำงานนาย  ๒. เลิกการงานทีหลังนาย  ๓. ถือเอาแต่ของที่นายให้.

  ๔. ทำการงานให้เรียบร้อย และดียิ่งขึ้น

  ๕. นำความของนายงาน และกิจการของนายไปเผยแพร่

ทิศที่ ๖ ในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชน พึงแสดงความเคารพนับถือพระสงฆ์ ผู้เปรียบเสมือน ทิศเบื้อง

บน ดังนี้.

  ๑. จะทำสิ่งใด ก็ให้ทำด้วยเมตตา

  ๒. จะพูดอะไร ก็ให้พูดด้วยเมตตา

  ๓. จะคิดสิ่งใด ก็ให้คิดด้วยเมตตา

  ๔. ต้อนรับพระสงฆ์ด้วยความเต็มใจ

  ๕. อุปถัมภ์ด้วยปัจจัย ๔

พระสงอนุเคราะห์คฤหัสถ์ ตามหลักปฎิบัติดังนี้.

  ๑. ห้ามปรามสอน ให้เว้นจากความชั่วต่าง ๆ

 ๒. แนะนำสั่งสอนให้ตั้งอยู่ในความดี

 ๓. อนุเคราะห์ด้วยความปราถนาดี

 ๔. ให้ได้ฟังได้รู้ในสิ่งที่ยังไม่เคยฟังไม่เคยรู้

 ๕. ชี้แจงอธิบายทำสิ่งที่เคยฟังแล้วให้เข้าใจแจ่มแจ้ง

 ๖. บอกทางสวรรค์ให้ สอนวิธีดำเนินชีวิตให้ประสบความสุข ความเจริญ.

ข. ช่วยเหลือทั่วทุกคน โดยร่วมสร้างสรรค์ประสานสังคมให้ดีงาม สามัคคีมีเอกภาพ ตามหลัก

สังคหวัตถุ ๔ ประการ คือ.

 ๑) ทานเผื่อแผ่แบ่งปัน (่ช่วยด้วยเงินด้วยทอง)

 ๒. ปิยวาจา พูดอย่างรักกัน (ช่วยด้วยถ้อยคำ)

 ๓. อัตถจริยา  ทำประโยชน์แก่เขา (ช่วยด้วยกำลังแรงงาน)

 ๔. สมานัตตา เอาตัวเข้าสมาน (ช่วยด้วยร่วมสร้างสรรค์และแก้ปัญหา)

หมวดที่ ๒

จุดหมายชีวิต

การดำเนินชีวิตให้บรรลุ อัตถะ คือประโยชน์ที่เป็นจุดหมาย

ของชีวิตมี ๓ ขั้น ดังนี้.

ขั้นที่ ๑  ทิฎฐธัมมิกัตถะ จุดหมายขั้นตาเห็น หรือ ประ

โยชน์ปัจจุบัน ดังนี้.

  ก). มีสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง ไร้โรค งามสง่า อายุยืน.

  ข). มีเงิน มีงาน มีอา่ชีพสุจริต พึ่งตนได้ในทางเศรษฐกิจ

  ค). มีสถานภาพดี เป็นที่ยอมรับถือของสังคม

  ง). มีครอบครัวผาสุก ทำวงศ์ตระกูลให้เป็นที่นับถือ

ทั้งหมดนี้ พึงให้เกิดขึ้นโดยธรรม ใช้และปฎิบัติให้เกิดประโยชย์สุขโดยชอบ ทั้งแก่ตนและผู้อื่น.

ขั้นที่ ๒ สัมปรายิกัตถะ จุดหมายขั้นเลยตาเห็น หรือ ประโยชน์เบื้องหน้า ดังนี้.

  ก). ความอบอุ่นซาบซึ้งสุขใจ ด้วยศรัทธา  มีหลักใจ

  ข). ความภูมิใจ ในชีวิตสะอาด ที่ประพฤติแต่การสุจริต

  ค). ความอิ่มใจ ในชีวิตมีคุณค่า ที่ได้เสียสละทำประโยชน์

  ง). ความแกล้วกล้ามั่นใจ ที่มีปัญญาแก้ปัญหานำชีวิตได้

  จ). ความโล่งจิตมั่นใจ ว่าได้ทำึความดี มีทุนประกันใจภพใหม่.

ขั้นที่ ๓  ปรมัตถะ จุดหมายสูงสุด หรือ ประโยชน์อย่่างยิ่ง  ดังนี้.

  ก). ไม่หวั่นไหวไปตามความผันผวนปรวนแปรต่าง ๆ

  ข). ไม่ให้ความผิดหวังเศร้าใจบีบคั้นจิตใจ เพราะความยึดถือติดมั่น

  ค). ปลอดโปร่ง สงบ ผ่องใส สดชื่น เบิกบานใจตลอดเวลา

  ง). เป็นอยู่และทำการด้วยปัญญาซึ่งมองที่เหตุปัจจัย

ถ้าบรรลุจุดหมายชีิวิตถึงขั้นที่ ๒ ขึ้นไป เรียกว่าเป็น .บัณฑิต. จุดหมาย หรือประโยชน์ ๓ ขั้นนี้ แยก

ออกเป็น ๓ ด้าน  ดังนี้.

ด้านที่ ๑ อัตตัตถะ  จุดหมายเพื่อตน หรือ ประโยชน์ตน คืิอ ประโยชย์ ๓ ขั้นข้างต้น ซึ่งพึงทำให้

  เกิดขึ้นแก่ตนเอง หรือ พัฒนาชีวิตของตนให้ถึงจุดหมายที่ต้องการ ดังนี้.

ด้านที ๒ ปรัตถะ จุดหมายเพื่อผู้อื่น คือ ประโยชน์ ๓ ขั้นข้างต้น ซึ่งพึงช่วยเหลือให้ผู้ิืื่อื่น หรือ เพื่อน

มนุษย์ได้บรรลุถึงด้วยการชักนำสนับสนุนใก้เขาพัฒนาชีวิตของตนเองขึ้นไปถึงจุดหมายตามลำดับ.

ด้านที ๓ อุภยัตถะ จุดหมายร่วมกัน  หรือ ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย คือ ประโยชน์สุขและความดีงาม

   ร่วมกันของชุมชนหรือ สังคม รวมทั้งภาวะปัจจัยสิ่งแวดล้อมต่าง ๆซึ่งพึงช่วยกันสร้างสรรค์บำรุง

    รักษาเพื่อเกื้อหนุนให้ทั้งตนและสังคมก้าวไปสู่จุดหมาย ๓ ขั้นต้นนั้น ดังนี้.   

คนกับความเป็นคน

........

๑. คนผู้เป็นสัตว์ประเสริฐ

( สมาชิกในสังกัดมนุษ์ชาติ)

มนุษย์เป็นสัตว์พิเศษ ซึ่่งแตกต่างจากสัตว์ทั้งหลายอื่น สิ่ง

ที่ทำให้มนุษย์เป็นสัตว์พิเศษ ได้แก่สิกขา หรือการศึกษา คือการเรียนรู้ฝึกฝนพัฒนา มนุษย์ที่ฝึกฝน

ศึกษา หรือพัฒนาแล้วชื่อว่าเป็น .สัตว์ประเสริฐ. เป็นผู้รู้จักดำเนินชีวิตที่ดีงามด้วยตนเอง และช่วยให้

สังคมดำรงอยู่ในสันติสุขโดยสวัสดี

  มนุษย์ที่จะชื่อว่าฝึก ศึกษา หรือพัฒนาตน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนผู้เป็นสมาชิกใหม่ของมนุษย์

ชาติ พึงมีคุณสมบัติที่เป็นต้นทุน ๗ ประการ ที่เรียกว่า แสงเงินแสงทองของชีวิตที่ดีงาม หรือ รุ่ง

อรุณของการศึกษา ซึ่งเป็นหลักประกันของชีวิตที่จะพัฒนาไปสู่่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ผู้เป็น

สัตว์ประเสริฐอย่างแท้จริง ดังนี้.

  ๑. กัลยาณมิตตตา (มีกัลยาณมิตร) แสวงแหล่งปัญญาและแบบอย่างที่ดี คือ อยู่ร่วมหรือไกล้ชิด

กัลยาณชน เริ่มต้นแต่มีพ่อแม่เป็นกัลยาณมิตรในครอบครัว รู้จักคบคน และเข้าร่วมสังคมกับกัลยาณชน

ที่จะมีอิทธิพลชักนำและชักชวนกันให้เจริญงอกงาม ในการพัฒนาพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา โดย

เฉพาะให้เรียนรู้และพัฒนาการสื่อสารสัมพันธุ์กับเพื่อนมนุษย์ด้วยเมตตา มีศัทธาที่จะดำเนินตามแบบ

อย่างที่ดี และรู้จักใช้ปัจจัยภายนอก ทั้งที่เป็นบุคคล หนังสือ และเครื่องมือสื่อสารทั้งหลาย ให้เป็น

ประโยชน์ในการแสวงหาความรู้และความดีงาม เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาชีวิต แก้ปัญหาและทำการ

สร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้น.

  ๒. สิลสัมปทา (ทำศิลให้ถึงพร้อม) มีวินัยเป็นฐานของการพัฒนาชีวิต คือ รู้จักจัดระเบียบความ

เป็นอยู่่กิจกรรมกิจการและสิ่งแวดล้อมให้เอื้อโอกาสแก่การพัฒนาชีวิต อย่างน้อยมีศิลขั้นพื้นฐาน คือ

มีพฤติกรรมที่ถูกต้องในความสัมพันธุ์กับสิ่งแวดล้อมทางสังคม ด้วยการอยู่ร่วมกับเพื่อนมนุษย์ อย่าง

เกื้อกูลไม่เบียดเบียนกัน และในความสัมพันธุ์กับสิ่งแวดล้อมทางวัตถุด้วยการกินใช้ปัจจัย ๔ ตลอดจน

อุปกรณ์เทคโนโลยีทั้งหลาย ในทางที่ส่งเสริมคุณภาพชีิวิต เกื้อหนุนการศึกษา การสร้างสรรค์ และ

ระบบดุลยสัมพันธุ์ทางธรรมชาติ.

  ๓. ฉันทสัมปทา (ทำฉันทะให้ถึงพร้อม) มีจิตใจใฝ่รู้ใฝ่สร้างสรรค์ คือ เป็นผู้มีพลังแห่งความใฝ่

รู้ ใฝ่ดี ใฝ่ทำ ใฝ่สร้างสรรค์ ใฝ่สัมฤทธิ์ ใฝ่ความเป็นเลิศอยากช่วยทำทุุกสิ่งทุกคนที่ตนประสบ เกี่ยว

ข้องให้เข้าถึงภาวะที่ดีงาม ไม่หลงติดอยู่แค่คิดจะได้จะเอาและหาความสุขจากการเสพบริโภค ที่ทำ

ให้จมอยู่ในวัังวลแห่งความมัวเมาและการแย่งชิง แต่รู้จักใช้อินทรีย์ มีตาที่ดู หูทีฟังเป็นต้น ในการ

เรียนรู้ หาความสุขจากการศึกษา และมีความสุขจากการทำสิ่งที่ดีงาม ด้วยการใช้สมองและมือในการ

สร้างสรรค์ ดังนี้.

   ๔. อัตตสัมปทา (ทำตนให้ถึงพร้อม) มุ่งมั่นฝึกตนจนเต็มสุดภาวะที่ความเป็นคนจะให้ถึงได้

คือ ระลึกอยู่เสมอถึงความจริงแท้แห่งธรรมชาติของมนุษย์ผู้เป็นสัตว์ที่ฝึุกได้ และต้องฝึก ซึ่งมือฝึก

แล้วจะประเสริฐเลิศสูงสุด แล้วตั้งใจฝึกตนจนมองเห็นความยากลำบากอุปสรรคและปัญหา เป็นดุจเว

ทีที่ทดสอบและพัฒนาสติปัญญาความสามารถ มีจิตสำนึกในการพัฒนาตนยิ่งขึ้นไป จนเต็มสุดแห่่ง

ศักยภาพด้วยการพัฒนาที่พร้อมทุกด้าน ทั้งพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา.

   
 

ยังมีต่อในข้่างหน้า
 

Click  Next Click Main

( ๕ พ.ค.  ๒๕๕๑( May,  5, 2008)