พระประธาน ประจำวัดชัย

โปรแกรมนี้จะกล่าวถึงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาให้ทราบโดยย่อ ๆดังต่อไปนี้.

๑. วันมาฆบูชา วันมาฆบูชา เป็นวันสำคัญวันหนึ่งในทางพระพุทธศาสนาเรา คือ เป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน  ๓  สำคัญคือ เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโอวาทปาฎิโมกข์แก่พระอรหันต์  ๑๒๕๐  รูป ที่มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  วันจาตุรงคสันนิบาต ดังภาพที่เอามาให้ดูข้างล่างนี้เป็นตัวอย่าง ของวันมาฆบูชา วันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ของทุก ๆปี.


นี้แหละ คือ การประชุมในวัน มาฆบูชา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงหัวใจปาฎิโมกข์หัวใจ พระศาสนาแก่พระอรหันต์ว่าดังนี้ คือ.

๑.  การไม่ทำบาปทั้งปวง      ๒.  การยังกุศลให้ถึงพร้อม   ๓.  การทำจิตให้ผ่องใส. ทั้ง  ๓  อย่างนี้เป็นหัวใจพระพุทธศาสนา  และอีกอย่างในวันนี้ เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ได้ทรงปลงพระชนมายุสังขารด้วย  หมายความว่า หลังจากนี้ไปอีกประมาณ   ๓  เดือน เราตถาคตจะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานดังนี้.

   ๒. วันวิสาขบูชา วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญในทางพระพุทธศาสนาอีกวันหนึ่ง คือวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ วันนี้สำคัญคือ เป็นวันตรงกับวันประสูติ ตรัสรู้ และ ปรินิพพาน ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

หมายความว่า วันเพ็ญเดือน  ๖  นี้ เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ประสูติด้วย  เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ด้วย และเป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จดับขันธปรินิพพานด้วย  น่าอัศจรรย๋ไม่มีในศาสนาใดในโลกที่จะเป็นแบบนี้ ดังรูปภาพข้างล่างนี้ 


 นี้คือรูปภาพ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ประสูติ ในวันเพ็ญเดือน  ๖  ตรัสรู้ก็เป็นวันเพ็ญเดือน  ๖ และปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เป็นวันเพ็ญเดือน  ๖  มีผิดกันเฉพาะวัน กับปีเท่านั้น เราชาวพุทธควรพิจารณาดูด้วยปัญญา  ว่าพระพุทธเจ้าเป็นเลิศประเสริฐสุดในโลก ไม่มีศาสดาใดในโลกที่จะเป็นแบบนี้ พระองค์ตรัสรู้เองโดยชอบ ไม่มีใครสอนพระองค์  ตอนประสูติก็ได้เสด็จเดินได้  ๗  ก้าว

แล้วตรัสว่า  เราเป็นผู้ประเสริฐในโลก  เราเป็นผู้เลิศในโลก  และชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเรา ที่ได้ทรง

บำเพ็ญมาเพื่อความเป็นผู้เลิศ ประเสริฐ และความหลุดพ้นในวัฎฎสงสาร  ไม่มีชาติ  ไม่มีภพอีกแล้ว  ดังนี้.

 ๓.  วันอาสาฬหบูชา  วันอาสาฬหบูชา เป็นวันสำคัญวันหนึ่งในทางพระพุทธศาสนาของเรา คือวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ซึ่งเป็นสำคัญตรงกับวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมจักรกัปปวัตนสูตรแก่พระปัญจวัคคีย์ทั้ง  ๕  หรือ เป็นวันแรกที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมแก่สาวกหลังจากที่พระองค์ได้ตรัสรู้แล้ว หมายควาว่า วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ นี้ เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมโปรดสาวก หรือ เป็นวันแรกของการประกาศธรรมของพระพุทธเจ้า  หรือ จะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้พระสงฆ์สาวกขึ้นในโลกครั้งแรกก็ได้  ดังรูปภาพนี้.   


ธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสแก่พระปัญจวัคคีย์ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำนั้น โดยย่อมีอยู่  ๒ อย่าง คือ

  ก.  อัตตะกิละมะถานุโยค  คือ การปฎิบัติตนให้ลำบากเปล่า ๆ หมายถึงการทรมารตนด้วยการอดอา

หารจนร่างกายผ่ายผอม  ตลอดถึงวิธีทรมารตนด้วยอาการต่าง ๆ ทางนี้ก็ไม่ใช่ทางที่จะตรัสรู้  ทางที่จะ ตรัสรู้ต้องเป็นทางสายกลาง คือ ไม่ให้เคร่งเกินไป  และไม่ให้หย่อนเกินไป เรียกว่า มัชฌิมปฎิปทา ทางสายกลาง ได้แก่ มรรคทั้ง ๘ ประการ จะไม่กล่าวในที่นี้ ขออภัยด้วย

  ข. กามสุขันลิกานุโยค คือ การปฎิบัติตนแบบหย่อนยานเกินไป หมายถึงการปฎิบัติแบบมีครอบครัว  หรือ แบบอิงอาศัยกามคุณ ๕ มีรูป เสัยง กลิ่น รส โผฎฐัพพะ ทางนี้ก็ไม่ได้บรรลุมรรคผลได้ง่าย ที่สุดทั้ง  ๒  อย่างนี้แหละที่พระพุทธเจ้า ได้ทรงแสดงให้สาวกฟังในวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๘  และพระพุทธเจ้าก็ได้ทรงตรัสทางสายกลาง คือ มรรค ทั้ง ๘  ให้พระปัญจวัคคีย์ ทั้ง ๕ ฟัง ในที่สุดพระอัญญาโกณฑัญญะ ก็ได้บรรลุธรรม คือ เป็นพระโสดาบันด์ ด้วยตรัสธรรม อริยสัจจ์  ๔   มี  ทุกข์   สมุทัย   นิโรธ   มรรค  จนพระอัญญาโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรม คือ บรรลุโสดาบันด์นั่นเอง  เป็นวันที่พระสงฆ์ได้เกิดขึ้นในโลกครั้งแรกดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น  เราชาวพุทธทั้งหลายไม่ว่าจะอยู่ที่ก็ตาม  เมื่อถึงวันสำคัญทั้ง  ๓  ที่กล่าวมาแล้วนั้น พวกเราควรเอาใจใส่ โดยมีการทำบุญ ทำทาน นั่งสมาธิภาวนาในวันทั้ง  ๓  นั้น ถ้าทำไม่ได้ทุกวัน ถ้าทำได้ทุกวันก็ยิ่งดี เป็นบุญ เป็นกุศลทำให้เรามีความสุข ใจไปตลอดกาลนาน ไม่เลือกเลือกเวลาทำไปทุกวันอย่างน้อยจะเป็นตอนเช้า หรือ ตอนค่ำก็ได้วันละครั้ง ทำทุกวัน ๆ ดังที่พวกอาตมาทำทุกวันไม่ได้เลือกว่าจะเป็น เข้าพรรษา หรือ ออกพรรษาแล้วก็ตาม ไม่เคยขาด

 ตอนเช้าทางวัดชัยรัตนาราม ทำวัตรสวดมนต์ นั่งสมาธิ ในฤดูร้อนจะเริ่มทำเวลาตี  ๕  ตอนเย็นจะเริ่มทำเวลา ๑ ทุ่ม ทางลาวเรียกว่า ๗ โมงนั่นเอง ในฤดูหนาวทางวัดชัยรัตนาราม ทำวัตรสวดมนต์เช้า เวลาตี ๔.๓๐ นาที ถึง ๖ โมงเช้า ตอนเย็น เริ่มทำเวลา ๑ ทุ่ม ทางลาวเรียกว่า ๗ โมงนั่นเองถึง ๒ ทุ่มครึ่งเสร็จ ดังที่ว่ามาแล้วไม่เคยขาดทำทุกเช้า ทุกเย็น ไม่ได้เลือกว่า เข้าพรรษ หรือ ออกพรรษา อาตมาเคยปฎิบัติมาอย่างนี้ตั้งแต่บวชเป็นพระมาจนถึงทุกวันนี้.

     ถ้าไม่เชื่อขอเชิญไปพักที่วัดเพื่อพิสูจน์ดูก็ได้ ถ้าญาติโยมคนใดจะไปพิสูจน์จริง ๆ ก่อนที่จะไป อย่าบอกให้ทางวัดทราบนะ ไปเลยให้ไปพักดูสัก ๑ สัปดาหฺ์ว่า ทางวัดชัยรัตนาราม ตอนเย็นจะทำวัตรสวดมนต์นั่งสมาธิหรือไม่ และตอนเช้าจะไหว้พระสวดมนต์ นั่งสมาธิใหม ให้โยมพักอยู่ใน ศาลานั่นแหละ จะได้รู้ความจริงว่า พวกอาตมาจะไหว้พระสวดมนต์ ทุกเช้า ทุกเย็นไหม

     อันนี้พูดให้ฟังตามเป็นจริงไม่ใช่อวดตนนะ เอาละที่พูดมาก็หวังว่าทุกท่านที่เข้าชมรายการนี้ คงจะเข้าใจ และเชื่อตามนี้.
 
พระครูวิชัยบวรกิจ

(เจ้าอาวาสวัดชัยรัตนาราม )

ผู้ทำรายการ เว็บไซน์ของวัด


Click  Next   Click  Main

( ๑ กรกฎาคม พ.ศ  ๒๕๕๑ )